<%@LANGUAGE="VBSCRIPT" CODEPAGE="874"%> Kajidrid.com :::: บทความ และ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
 
    
 
:::: Menu กะจิดริด ::::
 
 

:::: ความรู้ในเรื่อง Software ::::
 



โปรแกรมเฉพาะ

โปรแกรมเฉพาะ

โปรแกรมอ่านบาร์โค้ด
     Software (ซอฟต์แวร์) หมายถึง ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อให้เครื่องคอมพิว-
เตอร์ทำงานตามความต้องการของผู้ใช้ ซอฟต์แวร์สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ
ซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ และภาษาคอมพิวเตอร์

     1 ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) หมายถึง โปรแกรมหรือชุดคำสั่งที่มีหน้าที่ติดต่อหรือ
ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ และทำหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ในการจัด
การเกี่ยวกับอุปกรณ์เหล่านั้นด้วย คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจำเป็นจะต้องมีซอฟต์แวร์ระบบ ไม่เช่นนั้นจะ
ไม่สามารถทำงานได้ ซอฟต์แวร์ระบบแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
        1.1 ระบบปฏิบัติการ (Operating System) คือ โปรแกรมที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานหรือ
การปฏิบัติงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้สอดคล้องกับคำสั่งของโปรแกรมประยุกต์ หรือพูดง่าย ๆ ก็
คือ ระบบปฏิบัติการเป็นผู้ประสานงานระหว่างการทำงานของฮาร์ดแวร์กับการทำงานของซอฟต์แวร์
นั่นเอง ระบบปฏิบัติการมีด้วยกันหลายโปรแกรม ซึ่งแต่ละบริษัทก็พัฒนาโปรแกรมขึ้นมาแข่งขันกัน และ
อาจจะมีจุดขายที่แตกต่างกันไป ตัวอย่างของระบบปฏิบัติการ เช่น เอ็มเอสดอส (MS-Dos) พีซีดอส
(PC-Dos) วินโดว์ (Windows) ยูนิกซ์ (Unix) ลีนุกซ์ (Linux)
        1.2 ตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์ ภาษาที่คอมพิวเตอร์เข้าใจจะมีเพียงภาษาเดียวเท่านั้นคือ ภาษา
เครื่อง แต่ภาษาเครื่องเป็นรหัสที่มนุษย์เข้าใจได้ยากมากลและยากแก่การจดจำ จึงได้มีการพัฒนาภาษา
สำหรับเขียนโปรแกรมซึ่งง่ายต่อความเข้าใจของมนุษย์และง่ายต่อการจดจำคำสั่งเหล่านั้น แต่คอมพิว-
เตอร์ก็ไม่อาจเข้าใจภาษาเหล่านี้ด้วย ดังนั้นจึงต้องมีตัวแปลภาษา (Language Translater) เพื่อ
ให้เป็นภาษาที่คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจและปฏิบัติตามได้ ตัวแปลภาษาในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 แบบ
คือ 1 แอสเซมเบลอ (Assembler) มีหน้าที่สำหรับแปลภาษาแอสแซมบลีให้เป็นภาษาเครื่องเท่านั้น
2 อินเทอร์พรีเตอร์ (Interpreter) มีหน้าที่สำหรับแปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง มีหลักการ
ทำงานคือ จะแปลคำสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำตามทีละบรรทัด กล่าวคือ อ่านคำสั่งขึ้นมา 1 บรรทัด และ
ก็ทำงานตามนั้น เมื่อทำเสร็จก็ให้กลับมาอ่านคำสั่งบรรทัดต่อไป แล้วก็กลับไปทำงานสลับกันไปมาอย่าง
นี้จนอ่านคำสั่งครบทุกบรรทัด จากหลักการนี้ทำให้ง่ายต่อการเขียนโปรแกรม เมื่อเกิดปัญหาข้อผิดพลาด
ของคำสั่ง (Error) ที่บรรทัดใด โปรแกรมก็จะหยุดทำงานที่บรรทัดนั้น ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ อินเทอร์
พรีเตอร์เป็นตัวแปล ได้แก่ เบสิก (Basic) ดีเบส (DBASE) ฟอกซโปร (FoxPro) ฟอกซ์เบส
(FoxBASE) เป็นต้น  3 คอมไพเลอร์ (Compiler) มีหน้าที่แปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาคอมพิว
เตอร์เช่นเดียวกับอินเทอร์พรีเตอร์ แต่มีหลักการทำงานที่แตกต่างกันคือ คอมไพเลอร์จะอ่านคำสั่งให้ครบ
ทุกบรรทัดทั้งหมดแล้วค่อยทำงานทีเดียว จากหลักการนี้ทำให้คอมไพเลอร์ทำงานได้เร็วกว่าอินเทอร์พรี
เตอร์มากและคอมไพเลอร์ยังมีการสร้าง "ออบเจ็กต์โปรแกรม (Object Program)" ซึ่งเป็นคำสั่งที่
แปลเป็นภาษาเครื่องเรียบร้อยแล้วขึ้นมาอีกด้วย เพื่อนำมาใช้งานในโอกาสต่อไปโดยไม่ต้องเสียเวลากลับ
ไปแปลคำสั่งใหม่ แต่คอมไพเลอร์ก็มีข้อเสียคือ ในการเขียนคำสั่งจะยากกว่าเพราะเมื่อมีคำสั่งใดคำสั่ง
หนึ่งผิดพลาด (Error) โปรแกรมจะไม่ยอมทำงานให้เลยแม้แต่บรรทัดเดียวจะกว่าจะมีการแก้ไขให้ถูก
ต้อง ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้คอมไพเลอร์เป็นตัวแปลภาษา ได้แก่ ปาสคาล (Pascal) ซี (C) โคบอล
(Cobol) ฟอร์แทรน (FORTRAN) เป็นต้น
        1.3 ซอฟต์แวร์อรรถประโยชน์ หรือยูทิลิตี้ซอฟต์แวร์ (Utility Software) จะช่วยอำนวยความ
สะดวกแก่ผู้ใช้ในการจัดการกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่าง ๆ หรือช่วยทำให้การใช้คอมพิวเตอร์มีประสิทธิ
ภาพมากยิ่งขึ้น ซอฟต์แวร์ประเภทนี้มีด้วยกันหลายตัว แต่ละตัวก็จะช่วยทำงานในด้านต่าง ๆ แตกต่าง
กันออกไป ตัวอย่างซอฟต์แวร์ประเภทนี้ได้แก่ โปรแกรมกำจัดไวรัส โปรแกรมโกสต์(Ghost) สำหรับ
จัดการเกี่ยวกับฮาร์ดดิส โปรแกรมดีแฟรก (Defrag) สำหรับจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ โปรแกรม
สแกนดิสก์ (ScanDisk) สำหรับตรวจสอบเนื้อที่และความเสียหายของฮาร์ดดิสก์หรือดิสเกตต์
โปรแกรมสำหรับติดตั้งเครื่องพิมพ์ เป็นต้น

     2 ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) คือซอฟต์แวร์ที่สามารถทำงานด้านต่าง ๆ ตาม
ที่ผู้ใช้ต้องการ เช่น งานด้านกราฟฟิก งานด้านการพิมพ์เอกสาร งานด้านการคำนวณตัวเลข งานด้าน
ฐานข้อมูล เป็นต้น ในปัจจุบันซอฟต์แวร์ประเภทนี้มีให้เลือกใช้กันอย่างมากมาย แล้วแต่ความชอบของผู้
ใช้งาน ว่าจะเลือกใช้โปรแกรมใดที่ถนัดและเหมาะแก่งานของตัวเอง ซอฟต์แวร์ประยุกต์สามารถแบ่งได้
เป็น 2 ประเภท คือ ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะ และซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป หรือถ้าพูดภาษาชาว
บ้าน ซอฟต์แวร์ประยุกต์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือเขียนขึ้นมาใช้เอง กับ ซื้อของเข้ามาใช้ นั่นเอง
        2.1 ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะ (Special Purpose Software) เรียกอีกอย่างว่า ซอฟต์-
แวร์ที่เขียนขึ้นใช้เอง ซอฟต์แวร์ประเภทนี้จะเหมาะสำหรับงานเฉพาะด้านเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้
ทั่ว ๆ ไปได้ เช่น โปรแกรมระบบลงทะเบียนนักศึกษา โปรแกรมเก็บประวัติพนักงาน โปรแกรมเก็บประ
วัติคนไข้ของโรงพยาบาล โปรแกรมสำหรับฝาก-ถอนเงินธนาคาร โปรแกรมตรวจข้อสอบ เป็นต้น 
โปรแกรมประเภทนี้จะไม่มีขายในท้องตลาด มักจะเขียนขึ้นมาใช้งานเองเนื่องจากลักษณะงานของแต่ละ
งานมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันแม้ว่าจะเป็นเรื่องเดียวกันก็ตาม เช่น โปรแกรมบันทึกประวัติพนัก
งาน ในแต่ละบริษัทก็จะมีระบบบริหารและจัดการเป็นของตัวเอง ดังนั้นวิธีการประมวลผลก็แตกต่างกัน
ด้วย ทำให้โปรแกรมบันทึกประวัติพนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งจะไม่สามารถนำไปใช้งานกับอีกบริษัท
หนึ่งได้ และถึงแม้โปรแกรมวางขายทั่วไปตามท้องตลาดจริง ก็จะต้องมีบางส่วนที่ต้องแก้ไขและดัด
แปลงให้เข้ากับองค์กรหรือหน่วยงานนั้น ๆ
        2.2 ซอฟต์แวร์สำหรับง่านทั่วไป (General Purpose Software) เรียกอีกอย่างว่า ซอฟต์
แวร์สำเร็จรูป (Pcakage Software) หรือโปรแกรมสำเร็จรูป โปรแกรมประเภทนี้สามารถนำมา
ประยุกต์ใช้กับงานทั่ว ๆ ไปได้ และมีการวางจำหน่วยในท้องตลาด ซอฟตแวร์สำเร็จรูปถูกผลิตโดยบริษั
ทต่าง ๆ มากมาย ทำให้ปัจจุบันจำนวนซอฟต์แวร์สำเร็จรูปมากมายหลายชนิด ทำให้ผู้ใช้งานสามารถ
เลือกซื้อโปรแกรมที่เหมาะแก่การนำไปใช้งานของตนได้  บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์มีมากมายหลายบริษัท
ตัวอย่างของบริษัทที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ไมโครซอฟต์ (Microsoft) อาโดบี้ (Adobe) บริษัทแมโคร
มีเดีย (Macromedia) เป็นต้น คงไม่ต้องพูดถึงตัวโปรแกรมนะคับว่ามีอะไรบ้าง เพราะมันมาก
เหลือกเกิน ( ^-^! )

     3 ภาษาคอมพิวเตอร์ (Computer Programming Language) คือ ภาษาที่ใช้เขียนชุดคำสั่ง
หรือโปรแกรมที่สั่งให้เครื่องคอมพิวเตอร์ปฏิบัติตามที่เราต้องการได้ โดยแต่ละภาษามีรูปแบบเฉพาะตัว
ทั้งไวยากรณ์คำสั่งและวิธีการเขียนแตกต่างกันไป ภาษาคอมพิวเตอร์บางภาษาง่ายแก่การเรียนรู้เหมาะ
แก่ผู้เริ่มต้น แต่บางภาษาก็ยากและต้องใช้เวลในการเรียนรู้นาน ภาษาคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 2ประเภท
        3.1 ภาษาระดับต่ำ คือภาษาที่มีความสามารถในการเขียนคำสั่งงานฮาร์ดแวร์เป็นหลัก ความสามา
รถในการทำงานจะขึ้นอยู่กับฮาร์ดแวร์ ภาษาประเภทนี้ติดต่อประสารงานกับฮาร์ดแวร์ได้ดี เช่น สั่งให้
ถาด CD-Rom เปิดออก สั่งปิดจอภาพ สั่งปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ สั่งให้ฟอร์แมตไดร์ เป็นต้น ภาษาระ
ดับต่ำมีประสิทธิภาพในการทำงานรวดเร็ว อีกทั้งยังมีลักษณะที่ใกล้เคัยงกับภาษาเครื่องมาก ภาษาระดับ
ต่ำได้แก่  ภาษาเครื่อง และ ภาษาแอสเซมบลี
        3.2 ภาษาระดับสูง คือ ภาษาที่มีความสามารถในการทำงานในส่วนของซอฟต์แวร์ประยุกต์ได้ดี
ภาษาระดับสูงมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษามนุษย์ทำให้เข้าใจง่ายการทำงานไม่ขึ้นอยู่กับฮาร์ดแวร์ ภาษา
ระดับสูงจึงสามารถใช้ได้กับซอฟต์แวร์ทุกระบบ  ลักษณะไวยากรณ์ของคำสั่งที่ใช้ในการเขียนโปรแกรม
ง่าย สั้น กะทัดรัด ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรู้ว่าคำสั่งที่สั่งลงไปนั้นตอมพิวเตอร์จะต้องไปจัดทำในสิ่งใดให้บ้าง
เพื่อให้ได้งานตามความต้องการ คำสั่งผู้ใช้สั่งไปเพียงคำสั่งเดียวคอมพิวเตอร์อาจจะต้องทำงานหลาย
สิบคำสั่งก็ได้ ดังนั้นภาษาระดับสูงจึงง่ายและเป็นที่นิยมใช้กันทั่วไป

ความรู้เพิ่มเติม
     ภาษาที่มีลักษณะก้ำกึ่งกันระหว่างภาษาระดับต่ำกับภาษาระดับสูงนั่นคือ ภาษาซี เพราะภาษาซีมี
ความสามารถในการสั่งงานฮาร์ดแวร์ได้ดีกว่าภาษาระดับสูงอื่น ๆ ทั่วไป แต่ก็ยังไม่เทียบเท่าภาษาเครื่อง
และแอสเซมบลี อีกทั้งภาษาซียังมีลักษณะไวยากรณ์โน้มเอียงไปทางภาษาระดับสูงมากกว่า